สรุปเนื้อหาจากวิดีโอ “ประวัติเมืองขุขันธ์ โดยสังเขป” มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้ครับ
จุดเริ่มต้นของการตั้งเมือง (สมัยอยุธยา)
- พ.ศ. 2302: ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ พญาช้างเผือกได้หนีออกจากโรงช้างเข้าไปในป่าพนมดงรัก
- การตามหาช้างเผือก: ทหารเอก (ทองด้วงและบุญมา) ได้รับความช่วยเหลือจาก “ตาจะ” และ “เชียงขัน” (หัวหน้าหมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวล) พร้อมด้วยหัวหน้าหมู่บ้านอื่น ๆ อีก 4 คน รวมเป็น 6 คน (เขมรป่าดง) จนสามารถจับช้างเผือกส่งคืนกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ
- การปูนบำเหน็จ: “ตาจะ” ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หลวงแก้วสุวรรณ และ “เชียงขัน” เป็น หลวงปราบ โดยเป็นนายกองหัวหน้าหมู่บ้านขึ้นตรงต่อเมืองพิมาย
การยกฐานะเป็นเมืองขุขันธ์
- พ.ศ. 2306: หมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวล ถูกยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองขุขันธ์”
- เจ้าเมืองคนแรก: หลวงแก้วสุวรรณ (ตาจะ) ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น พระไกรภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ท่านแรก (ต่อมาเลื่อนเป็น “พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน” ในปี พ.ศ. 2321)
- มีผู้ครองเมืองขุขันธ์สืบต่อกันมาในราชทินนาม “พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน” รวมทั้งสิ้น 9 ท่าน
การเปลี่ยนแปลงสู่จังหวัดศรีสะเกษ
- พ.ศ. 2449: มีการย้ายศาลากลางเมืองขุขันธ์ไปตั้งที่บริเวณศาลากลางเมืองศรีสะเกษ แต่ยังคงใช้ชื่อว่า “ศาลากลางเมืองขุขันธ์” ส่วนตัวอำเภอเดิมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอห้วยเหนือ”
- พ.ศ. 2459: เปลี่ยนชื่อจาก “เมืองขุขันธ์” เป็น “จังหวัดขุขันธ์”
- พ.ศ. 2481: เปลี่ยนชื่อจังหวัดขุขันธ์เป็น “จังหวัดศรีสะเกษ” และเปลี่ยนชื่ออำเภอห้วยเหนือกลับมาเป็น “อำเภอขุขันธ์” จนถึงปัจจุบัน
ลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในฐานะหมู่บ้านป่าดงจนกลายเป็นจังหวัด และกลายมาเป็นอำเภอในปัจจุบัน ดังนี้ครับ
1. จุดกำเนิดและการจับพญาช้างเผือก (พ.ศ. 2302)
- ในสมัย สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ แห่งกรุงศรีอยุธยา เกิดเหตุการณ์พญาช้างเผือกแตกโรงหนีเข้าไปในป่าแถบ เทือกเขาพนมดงรัก
- คณะติดตามช้างนำโดย ทองด้วง และ บุญมา (ต่อมาคือรัชกาลที่ 1 และกรมพระราชวังบวรสถานมงคล) ได้มาขอความช่วยเหลือจากหัวหน้ากลุ่มชาวเขมรป่าดง
- ผู้มีบทบาทสำคัญ 6 ท่าน (หัวหน้ากลุ่มชาวเขมรป่าดง):
- ตาจะ (หัวหน้าบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวล)
- เชียงขัน (น้องชายตาจะ)
- เชียงปุม (บ้านเมืองที)
- เชียงศรี (บ้านกุดหวาย)
- เชียงคะ (บ้านอัจปะนึง)
- เชียงชัย (บ้านจารพัต)
- ทั้งหมดช่วยกันตามจับช้างเผือกได้สำเร็จและนำส่งกรุงศรีอยุธยา
2. การปูนบำเหน็จและตั้งเมือง (พ.ศ. 2302 – 2306)
- พระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้หัวหน้ากลุ่มชนเหล่านี้เป็น “นายกอง” ขึ้นตรงต่อเมืองพิมาย
- ตาจะ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หลวงแก้วสุวรรณ และ เชียงขัน เป็น หลวงปราบ
- พ.ศ. 2306: หมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวลได้รับการยกฐานะเป็น “เมืองขุขันธ์”
- หลวงแก้วสุวรรณ (ตาจะ) ได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระไกรภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์คนแรก
3. ยุคทองและการขยายอำนาจ (พ.ศ. 2321)
- ในช่วงปลายสมัยกรุงธนบุรี ท่านเจ้าเมืองได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน
- เมืองขุขันธ์มีเจ้าเมืองสืบทอดกันมาในราชทินนาม “พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน” ต่อเนื่องถึง 9 ท่าน จนกระทั่งมีการเปลี่ยนระบบการปกครองเป็นตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการเมือง” ในปี พ.ศ. 2440
4. การย้ายศูนย์กลางและการเปลี่ยนชื่อ (พ.ศ. 2449 – 2481)
- พ.ศ. 2449: มีการย้าย ศาลากลางเมืองขุขันธ์ ไปตั้งที่บริเวณเมืองศรีสะเกษ แต่ในช่วงแรกยังใช้ชื่อว่า “ศาลากลางเมืองขุขันธ์” อยู่
- ตัวเมืองเก่าขุขันธ์เดิม ถูกลดบทบาทและเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอห้วยเหนือ”
- พ.ศ. 2450: ยุบเมืองศรีสะเกษและเมืองเดชอุดม ให้มาขึ้นตรงกับเมืองขุขันธ์
- พ.ศ. 2459: เปลี่ยนชื่อจาก “เมืองขุขันธ์” เป็น “จังหวัดขุขันธ์”
- พ.ศ. 2481: รัฐบาลมีมติเปลี่ยนชื่อ จังหวัดขุขันธ์ เป็น “จังหวัดศรีสะเกษ” และเปลี่ยนชื่อ อำเภอห้วยเหนือ กลับมาเป็น “อำเภอขุขันธ์” มาจนถึงปัจจุบัน
5. เอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของเมืองขุขันธ์
- ประเพณีแซนโฎนตา: ประเพณีบูชาบรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมร
- โบราณสถาน: ปราสาทโบราณและสถาปัตยกรรมทางศาสนา
- สิ่งศักดิ์สิทธิ์: บารมีพระแก้วเนรมิต วัดลำพู และหลวงพ่อโต วัดเขียน
- ภูมิปัญญาท้องถิ่น: เครื่องจักสาน ครุน้อย และการเลี้ยงช้างในอดีต
เรื่องที่เกี่ยวข้อง