วันพฤหัสบดี, 23 เมษายน 2569

ประวัติเมืองขุขันธ์ โดยสังเขป(ฉบับปรับปรุงแก้ไข1 มกราคม 2559)

สรุปเนื้อหาจากวิดีโอ “ประวัติเมืองขุขันธ์ โดยสังเขป” มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้ครับ

จุดเริ่มต้นของการตั้งเมือง (สมัยอยุธยา)

  • พ.ศ. 2302: ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ พญาช้างเผือกได้หนีออกจากโรงช้างเข้าไปในป่าพนมดงรัก
  • การตามหาช้างเผือก: ทหารเอก (ทองด้วงและบุญมา) ได้รับความช่วยเหลือจาก “ตาจะ” และ “เชียงขัน” (หัวหน้าหมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวล) พร้อมด้วยหัวหน้าหมู่บ้านอื่น ๆ อีก 4 คน รวมเป็น 6 คน (เขมรป่าดง) จนสามารถจับช้างเผือกส่งคืนกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ
  • การปูนบำเหน็จ: “ตาจะ” ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หลวงแก้วสุวรรณ และ “เชียงขัน” เป็น หลวงปราบ โดยเป็นนายกองหัวหน้าหมู่บ้านขึ้นตรงต่อเมืองพิมาย

การยกฐานะเป็นเมืองขุขันธ์

  • พ.ศ. 2306: หมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวล ถูกยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองขุขันธ์”
  • เจ้าเมืองคนแรก: หลวงแก้วสุวรรณ (ตาจะ) ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น พระไกรภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ท่านแรก (ต่อมาเลื่อนเป็น “พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน” ในปี พ.ศ. 2321)
  • มีผู้ครองเมืองขุขันธ์สืบต่อกันมาในราชทินนาม “พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน” รวมทั้งสิ้น 9 ท่าน

การเปลี่ยนแปลงสู่จังหวัดศรีสะเกษ

  • พ.ศ. 2449: มีการย้ายศาลากลางเมืองขุขันธ์ไปตั้งที่บริเวณศาลากลางเมืองศรีสะเกษ แต่ยังคงใช้ชื่อว่า “ศาลากลางเมืองขุขันธ์” ส่วนตัวอำเภอเดิมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอห้วยเหนือ”
  • พ.ศ. 2459: เปลี่ยนชื่อจาก “เมืองขุขันธ์” เป็น “จังหวัดขุขันธ์”
  • พ.ศ. 2481: เปลี่ยนชื่อจังหวัดขุขันธ์เป็น “จังหวัดศรีสะเกษ” และเปลี่ยนชื่ออำเภอห้วยเหนือกลับมาเป็น “อำเภอขุขันธ์” จนถึงปัจจุบัน

ลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในฐานะหมู่บ้านป่าดงจนกลายเป็นจังหวัด และกลายมาเป็นอำเภอในปัจจุบัน ดังนี้ครับ

1. จุดกำเนิดและการจับพญาช้างเผือก (พ.ศ. 2302)

  • ในสมัย สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ แห่งกรุงศรีอยุธยา เกิดเหตุการณ์พญาช้างเผือกแตกโรงหนีเข้าไปในป่าแถบ เทือกเขาพนมดงรัก
  • คณะติดตามช้างนำโดย ทองด้วง และ บุญมา (ต่อมาคือรัชกาลที่ 1 และกรมพระราชวังบวรสถานมงคล) ได้มาขอความช่วยเหลือจากหัวหน้ากลุ่มชาวเขมรป่าดง
  • ผู้มีบทบาทสำคัญ 6 ท่าน (หัวหน้ากลุ่มชาวเขมรป่าดง):
    1. ตาจะ (หัวหน้าบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวล)
    2. เชียงขัน (น้องชายตาจะ)
    3. เชียงปุม (บ้านเมืองที)
    4. เชียงศรี (บ้านกุดหวาย)
    5. เชียงคะ (บ้านอัจปะนึง)
    6. เชียงชัย (บ้านจารพัต)
  • ทั้งหมดช่วยกันตามจับช้างเผือกได้สำเร็จและนำส่งกรุงศรีอยุธยา

2. การปูนบำเหน็จและตั้งเมือง (พ.ศ. 2302 – 2306)

  • พระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้หัวหน้ากลุ่มชนเหล่านี้เป็น “นายกอง” ขึ้นตรงต่อเมืองพิมาย
  • ตาจะ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หลวงแก้วสุวรรณ และ เชียงขัน เป็น หลวงปราบ
  • พ.ศ. 2306: หมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวลได้รับการยกฐานะเป็น “เมืองขุขันธ์”
  • หลวงแก้วสุวรรณ (ตาจะ) ได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระไกรภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์คนแรก

3. ยุคทองและการขยายอำนาจ (พ.ศ. 2321)

  • ในช่วงปลายสมัยกรุงธนบุรี ท่านเจ้าเมืองได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน
  • เมืองขุขันธ์มีเจ้าเมืองสืบทอดกันมาในราชทินนาม “พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน” ต่อเนื่องถึง 9 ท่าน จนกระทั่งมีการเปลี่ยนระบบการปกครองเป็นตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการเมือง” ในปี พ.ศ. 2440

4. การย้ายศูนย์กลางและการเปลี่ยนชื่อ (พ.ศ. 2449 – 2481)

  • พ.ศ. 2449: มีการย้าย ศาลากลางเมืองขุขันธ์ ไปตั้งที่บริเวณเมืองศรีสะเกษ แต่ในช่วงแรกยังใช้ชื่อว่า “ศาลากลางเมืองขุขันธ์” อยู่
  • ตัวเมืองเก่าขุขันธ์เดิม ถูกลดบทบาทและเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอห้วยเหนือ”
  • พ.ศ. 2450: ยุบเมืองศรีสะเกษและเมืองเดชอุดม ให้มาขึ้นตรงกับเมืองขุขันธ์
  • พ.ศ. 2459: เปลี่ยนชื่อจาก “เมืองขุขันธ์” เป็น “จังหวัดขุขันธ์”
  • พ.ศ. 2481: รัฐบาลมีมติเปลี่ยนชื่อ จังหวัดขุขันธ์ เป็น “จังหวัดศรีสะเกษ” และเปลี่ยนชื่อ อำเภอห้วยเหนือ กลับมาเป็น “อำเภอขุขันธ์” มาจนถึงปัจจุบัน

5. เอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของเมืองขุขันธ์

  • ประเพณีแซนโฎนตา: ประเพณีบูชาบรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมร
  • โบราณสถาน: ปราสาทโบราณและสถาปัตยกรรมทางศาสนา
  • สิ่งศักดิ์สิทธิ์: บารมีพระแก้วเนรมิต วัดลำพู และหลวงพ่อโต วัดเขียน
  • ภูมิปัญญาท้องถิ่น: เครื่องจักสาน ครุน้อย และการเลี้ยงช้างในอดีต